Web Counter
เพกา

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oroxylum indicum  (L.) Vent.

วงศ์  Bignoniaceae

ชื่ออื่น มะลิดไม้, มะลิ้นไม้, ลิดไม้ (เหนือ), หมากลิ้นก้าง, หมากลิ้นช้าง (เงี้ยว-เหนือ), ลิ้นฟ้า (เลย), เบโก (มลายู-นราธิวาส), กาโด้โด้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ดอก๊ะ, ด๊อกก๊ะ, ดุแก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)


ลีกษณะทั่วไป :

  ไม้ยืนต้น สูง 3-12 เมตรแตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง

ต้น : เป็นพรรณไม้ยืนต้น ผลัดใบสูงประมาณ 4-20 ม. ลำต้นและกิ่งก้านจะมีรูระบายอากาศกระจัดกระจายทั่วไป ส่วนเปลือกนั้นจะเรียบเป็นสีเทา และบางทีก็จะแตกออกเป็นรอยตื้น ๆ เล็กน้อย หรือมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ ที่เกิดจากใบที่ร่วงหล่นไปแล้ว

ใบ : จะออกเป็นช่อคล้ายขนนกประมาณ 2-3 ชั้น มีใบเดี่ยว ๆ ตรงปลายก้าน และจะเรียงตรงข้ามชิดกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ใบย่อยจะมีลักษณะเป็นรูปไข่และรูปขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 3-9 ซม. และยาวประมาณ 4-14 ซม. ส่วนตรงปลายใบจะแหลม และขอบใบนั้นเรียบ โคนใบสอบกลมหรือคล้ายรูปไต มักจะเบี้ยว ก้านใบมีความยาวประมาณ 0.5-2.0 ม.

ดอก : จะออกเป็นช่อใหญ่ตรงยอด กลีบรองกลีบดอกจะมีความยาวประมาณ 2.4 ซม. มีลักษณะเชื่อมติดกันเป็นรูปทรงกระบอก เมื่อเป็นผล กลีบดอกจะมีเนื้อแข็งมากและค่อนข้างหนา ภายนอกจะเป็นสีม่วงแดง หรือน้ำตาลคล้ำ ส่วนภายในจะเป็นเปรอะ ๆ หรือสีชมพู ตรงโคนจะเชื่อมติดกัน มีลักษณะเป็นรูปลำโพง บริเวณปากลำโพงด้านในนั้นจะเป็นสีขาวอมเหลือง หรือสีขาวอมเขียว

เกสร : เกสรตัวผู้จะมีประมาณ 5 อัน และจะติดกับท่อดอก โคนก้านจะมีขน ส่วนเกสรตัวเมียจะมีอยู่ 1 อัน มีท่อเกสรยาวประมาณ 4-6 ซม. เป็นสีม่วงคล้ำ

เมล็ด (ผล) : ผลนั้นจะออกเป็นฝักแบน และยาว มีลักษณะคล้ายรูปดาบ มีความยาวประมาณ 45-120 ซม. มักจะห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอด ส่วนเมล็ดนั้นจะมีลักษณะแบน มีปีกบางใสเป็นจำนวนมาก เมล็ดจะมีความกว้างประมาณ 2.5-4 ซม. และยาวประมาณ 5-9 ซม.


ประโยชน์ทางสมุนไพร : 

ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องร่วง เมล็ดเป็นยาระบาย ยาจีนใช้เมล็ดเป็นยาแก้ไอขับเสมหะ

สรรพคุณ

เปลือก ใช้เป็นยาสมานแผล ทำให้น้ำเหลืองเป็นปกติ ขับน้ำเหลืองเสีย ขับเลือด บำรุงเลือด ดับพิษเลือด รักษาเสมหะ จุกคอ ขับเสมหะ รักษาอาการจุกเสียด เปลือกต้นใช้ตำกับเหล้าใช้พ่นตัวแทนการอยู่ไฟ เปลือกผสมกับน้ำสุราใช้เป็นยากวาดประสะพิษซางชนิดเม็ดเหลือง รักษาละอองขึ้นในปาก คอ ลิ้น รักษาละอองไข้ รักษาซางเด็ก รักษาอาการปวดฝี ใช้ทารักษาอาการฟกบวม เปลือกสดผสมน้ำส้ม ใช้รักษาอาการอาเจียนไม่หยุด รักษาโรคบิด หรือจะใช้เปลือกเพกาใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น
ๆ รักษาโรคมานน้ำ โรคเบาหวาน เปลือกนำไปต้มกับสมุนไพรหลาย ๆชนิด แยกเอาแต่น้ำมันมาทาเพื่อรักษาองคสูตร รักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก ทวารเบา บรรเทาอาการฟกบวม และอาการคัน

เมล็ด ใช้เป็นยาขับถ่าย ส่วนเมล็ดแก่ใช้เป็นยาระบาย เป็นยารักษาอาการไอขับเสมหะ

ฝักอ่อน ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ และใช้ขับผายลม

ราก จะมีรสฝาดเย็นขมเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ เจริญอาหาร ทำให้เกิดน้ำย่อยอาหาร รักษาโรคบิด ท้องร่วง รักษาโรคไข้สันนิบาต และรักษาอาการอักเสบฟกบวมให้ใช้รากฝนกับน้ำปูนทา นอกจากนี้ยังใช้ ใบ ดอก ราก ลำต้น รวมกัน จะมีรสฝาดเย็น ใช้เป็นยาสมานแผล อาการอักเสบบวม รักษาโรคท้องร่วง โรคไข้เพื่อลมเพื่อเลือด และรักษาน้ำเหลืองเสีย
ถิ่นที่อยู่ : พรรณไม้นี้ มักขึ้นตามที่โล่ง บริเวณชายป่าดิบ และไร่ร้างทั่วไป

 ข้อมูลทางคลีนิคและทางเภสัชวิทยา :

1. การทดสอบฤทธิ์ในการต่อต้านมาลาเรีย มีผลยังไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดจากรากและผลนั้น ไม่มีพิษต่อเซลล์มะเร็งชนิด CA-9KB ส่วนสกัดจากเปลือกต้น และผลด้วยแอลกอฮอล์ และสารสกัดจากรากด้วยแอลกอฮอล์ ไม่เป็นพิษต่อหนูถีบจักร เปลือกนั้นมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบเนื่องจากฝีได้

2. ส่วนผลนั้นนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์กับน้ำ จะมีฤทธิ์ในการยับยั้งการบีบตัว ของกล้ามเนื้อเรียบ

3. เปลือกเพกานั้น ใช้ทำเป็น paste ใช้ในการฆ่าพยาธิ

4. มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบและรักษาอาการแพ้ (Antiinflammatory and Antiallergic) พบว่ามีสารสกัดจากเปลือก สามารถลดการซึมผ่านหลอดเลือด (vascular permeability) ทำให้ลดการอักเสบบวมในหนูที่ถูกกระตุ้นให้อักเสบ โดยโปรตีนจากไข่ ฟอร์มาลินและฮีสตามิน แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการ ซึมผ่านหลอดเลือด ในหนูที่ถูกกระตุ้นด้วยซีรั่มจากม้า หรือไซลีน (xylene) นอกจากนี้สารที่สกัดได้จากเปลือกนั้น ยังมีฤทธิ์ต้านการแพ้ด้วย

 

กลับหน้าสมุนไพร
       
           
 
Home ดอกไม เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ