Web Counter
ทับทิม

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Punica granatum L.

วงศ์ :                    Punicaceae

ชื่อสามัญ :           Pomegranate

ชื่ออื่น                พิลา  พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ


ลักษณะทั่วไป :

ไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ ใบ  เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-14 ซม. ดอก  เดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผล  เป็นผลสด

สรรพคุณ

เปลือกลำต้น : ในเปลือกของลำต้นจะมีอัลกาลอยด์ประมาณ 0.35-0.6% และอัลกาลอยด์ในเปลือกของลำต้นนี้มีชื่อเรียกว่า Pelletierine และ Isopelletierine ซึ่งใช้เป็นยา ถ่ายพยาธิได้ผลดี

ใบ : ใช้ใบสดนำมาต้ม กรองเอาน้ำใช้ล้างแผลเนื่องจากมีหนองเรื้อรังบนหัว หรือใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดแล้วเอาไปพอกในบริเวณที่เป็นแผลถลอก เนื่องจากหกล้มได้ เป็นต้น

ดอก : ใช้ดอกที่แห้งประมาณ 3-6 กรัม นำมาต้มกรองเอาน้ำดื่ม เป็นยาแก้ให้เลือดกำเดา แข็งตัว และแก้หูชั้นในอักเสบ หรือใช้ดอกแห้งนำมาบดให้ละเอียดแล้วใช้ทา หรือโรยบริเวณบาดแผลที่มีเลือดออก เปลือกผล ใช้เปลือกผลที่แห้งแล้วประมาณ 2.5-4.5 กรัม นำมาบดให้ละเอียด หรือนำ มาต้มกินน้ำ ใช้เป็นยาแก้โรคท้องเสีย โรคบิดเรื้อรัง ถ่ายเป็นมูกเลือด ถ่ายพยาธิ ตกขาว ดากออก แผลหิด และกลากเกลื้อนเป็นต้น

เมล็ด : ใช้เมล็ดที่แห้งแล้วประมาณ 6-9 กรัม นำมาบดให้ละเอียด หรือทำเป็นยาก้อน กิน เป็นยาแก้โรคปวด จุกแน่น เนื่องจากโรคกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ทำให้เจริญอาหาร และแก้ท้องร่วง เป็นต้น

เปลือกราก : ใช้เปลือกรากที่แห้งแล้ว ประมาณ 6-12 กรัม นำมาต้มน้ำกิน เป็นยาแก้ระดู ขาว ตกเลือด ถ่ายพยาธิ หล่อลื่นลำไส้ แก้ท้องเสีย และโรคบิดเรื้อรัง เป็นต้น

ตำรับยา

บาดแผลจากเชื้อรา แผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ให้ใช้เปลือกรากพอประมาณนำมาต้มใช้น้ำล้างแผล

เป็นบิดเรื้อรังหรือถ่ายเป็นเลือด ให้ใช้เปลือกผลนำมาผิวไฟให้เกรียมแล้วนำมาบดให้ละเอียด ประมาณ 3-6 กรัม ผสมกับน้ำข้าวกินหรือมะเขือยาว 1 ลูก แล้วต้มเอาน้ำดื่มกิน

เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ถูกน้ำร้อนลวกและแผลจากไฟไหม้ ใช้คั่วหรือผิงให้เกรียมแล้วบดให้ละเอียดผสมกับน้ำมันพืชคลุกให้เข้ากันแล้วใช้ทาบริเวณแผล หรือใช้เปลือกผลและสารส้มในประมาณเท่า ๆ กัน แล้วนำมาบดให้ละเอียดแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น

. เท้าที่เป็นแผลเน่าเรื้อรัง ให้ใช้เปลือกผลนำมาต้มเคี่ยวน้ำให้เหลวแล้วปล่อยให้ตกตะกอน จากนั้นก็ใช้ทาบริเวณแผลที่เป็นทุกวัน

แก้เลือดกำเดาไหลไม่หยุด

- ใช้ดอกทับทิมสด โขลกหรือหั่นให้เป็นฝอยแล้วใช้อุดรูจมูก

- ใช้ดอกที่แห้งแล้ว นำมาตำให้ละเอียดประมาณ 0.3 กรัม ใช้เป่าเข้ารูจมูก

- ใช้ดอกแห้งประมาณ 0.3 กรัม และดอกปอแก้วประมาณ 3 กรัม นำมาบดผสมกันให้ละเอียด แล้วนำมาต้มหรือใช้ผสมกับน้ำกินในประมาณ 3 กรัม ต่อน้ำ 1 แก้ว

ขับพยาธิตัวกลมและตัวตืด ให้ใช้เปลือกรากที่แห้งแล้ว ประมาณ 18 หรือ 25 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้ว ใช้ต้มน้ำกินหรือรินเอาน้ำต้มใส่ข้าวข้น ๆ กินก่อนอาหาร

หญิงที่เป็นระดูขาวหรือตกเลือดมากผิดปกติ ให้ใช้รากที่สด ประมาณ 1 กำมือ นำมาเผาไฟให้เกรียมจากนั้นเอาไปต้มหรือเคี่ยวกับน้ำให้ข้นใช้กินครั้งละ 1 แก้ว

นิ่วในไต ให้ใช้รากสดและลำต้นกิมจี่เช่าในปริมาณ 30 กรัม เท่ากัน นำมาต้มใช้น้ำกิน

แผลที่ถูกคมมีดหรือของมีคมทุกชนิดที่มีเลือดไหล ใช้ดอกที่แห้งแล้วนำมาตำให้ละเอียดแล้วใช้พอกบริเวณที่เป็นแผล

หูชั้นกลางอักเสบ ให้ใช้ดอกสดนำมาผิงไฟให้เกรียมบนก้อนอิฐ จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดผสมกับพิมเสนพอประมาณใช้เป่าเข้าหู

สำหรับเด็กที่ไม่เจริญอาหาร อาเจียนเป็นโลหิตหรือจมูกและฟันไม่ปรกติให้ใช้ดอกสด (แห้ง) นำมาต้มน้ำกิน


ประโยชน์ทางสมุนไพร :

ตำรายาไทยใช้ใบแก้ท้องร่วง บิดมูกเลือด ระงับกลิ่นปาก รากขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ การทดลองกับผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง โดยให้กินผงใบแห้ง 500 มก. ทุก 3 ชม. เป็นเวลา 3 วัน พบว่าได้ผลดีกว่ายาปฏิชีวนะเตตราซัยคลิน

Tips
บาดแผลจากเชื้อรา แผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ให้ใช้เปลือกรากพอประมาณ นำมาต้มใช้ น้ำล้างแผล
เป็นบิดเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นเลือด ให้ใช้เปลือกผล นำมาผิวไฟให้เกรียม แล้วนำมา บดให้ละเอียด ประมาณ 3-6 กรัม ผสมกับน้ำข้าวกิน หรือมะเขือยาว 1 ลูก แล้วต้มเอาน้ำดื่มกิน

ข้อห้ามใช้
เป็นบิด ท้องเสีย หรือท้องผูก ไม่สมควรใช้เปลือกราก เป็นยาแก้
การใช้เปลือกรากเป็นยาแก้ ควรจะใช้อย่างระมัดระวังให้มาก เพราะเปลือกรากมี พิษ

 

กลับหน้าสมุนไพร
       
           
 
Home ดอกไม เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ