ผักเพื่อสุขภาพ

 
 
ถั่วพลู

   ถั่วพลู.....มีโปรตีนที่ชื่อ เลกทิน  และยังมีกรดอีรูซิก  ที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวและโรคผิวหนังบางชนิด  ยังมีธาตุอาหารอื่นๆเช่น  ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี1 และซี ควรกินถั่วพลูที่ยังอ่อนๆที่ยังไม่มีเมล็ด เพราะเมล็ดถั่วพลูดิบมีสารประกอบบางชนิดที่มีผลเสียต่อการเจริญเติบโต..........[อ่านต่อ]

 

ถั่วฟักยาว    ถั่วฟักยาว.....อุดมด้วยธาตุเหล็กและวิตามินซี  กินสดจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี  นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเลือดและผิวพรรณ ถั่วฝักยาวมีกากใยอาหารชนิดละลายน้ำได้  จึงช่วยลดปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือด..........[อ่านต่อ]
กระเจี๊ยบมอญ-กระเจี๊ยบเขียว    กระเจี๊ยบมอญ....มีวิตามินเอ  บี1  บี2  เหล็ก  แคลเซียม  โพแทสเซียม  ฟอสฟอรัส  ส่วนเมือกที่มีอยู่ในกระเจี๊ยบมอญมีคุณสมบัติ รักษาโรคกระเพาะ  เบาเทาอาการระคายเคืองของเนื้อเยื่อที่อีกเสบ  จึงเหมาะกับคนที่เป็นโรคกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ และยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอีกด้วย..........[อ่านต่อ]
กระชาย

   กระชาย.....มีแคลเซียมและวิตามินเอมาก  สรรพคุณทางยา  คือ ช่วยขับลม  แก้ท้องอึดเฟ้อ  จุกเสียดแน่น  แก้อาการมวนในท้อง  ช่วยขับปัสสาวะ  บำรุงหัวใจ  รักษาเกลื้อน  และงูสวัด..........[อ่านต่อ]

กระเทียม    กระเทียม.....มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง  รักษาโรคหัวใจ  วัณโรค  ไทฟอยด์  โรคปอด  ลำไส้อักเสบ  โรคทางเดินปัสสาวะ  หีด  พยาธิในลำไส้  ไขข้ออักเสบ  และโรคเกาต์  นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์เป็นยาแก้อักเสบและทำลายแบคทีเรีย  ลดโคเลสเทอรอล และความดันโลหิต..........[อ่านต่อ]
ผักกวางตุ้ง    ผักกวางตุ้ง.....อุดมด้วยวิตามินซี  เบตาแคโรทีน  นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น  ช่วยกระตุ้นระบบประสาท  ในการผัดหรือต้มผักกวางตุ้ง รวมถึงผักกาดและพืชในตระกูลกะหล่ำ  ห้ามปิดฝา เพราะสารบางตัวในผักเหล่านี้เมื่อถูกความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสารไทโอไซยาเนต  ทำให้เกิดท้องเสียหรือเกิดความดันต่ำได้  แต่ถ้าเปิดฝา สารนี้จะระเหยไปกับไอน้ำ ไม่เกิดพิษกับร่างกาย..........[อ่านต่อ]
กะเพรา    กะเพรา.....มีเบตาแคโรทีน  ซึ่งช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจขาดเลือด  ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง  สรรพคุณทางยา คือ  ช่วยคลายความอึดอัด  ไม่สบายท้อง  ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  จุกเสียด  โดยให้ใช้กะเพราสักหยิบมือชงในน้ำร้อนแล้วดื่ม อาการจะดีชึ้น  นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่ในสตรีหลังคลอดอีกด้วย กิ่งกะเพราก็ช่วยไล่ยุงได้ด้วย..........[อ่านต่อ]
กะหล่ำปลีแดง    กะหล่ำปลีแดง.....มีลักษณะคล้าย กะหล่ำปลีธรรมดา แต่มีสีแดง เนื่องจากใบมีสาร anthocyanin จำนวนมาก ลักษณะลำต้นสั้นมาก ใบเดี่ยวสีแดง หนา และมีนวล ใบเรียงตัว สลับซ้อนกันแน่นหลายชั้น เรียงแน่น หัวกลมหรือค่อนข้างกลม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์์..........[อ่านต่อ]
กุยช่าย    กุยช่าย..... มีวิตามินซี  เบตาแคโรทีน  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  และเหล็กที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง  กุยช่ายมีกากใยอาหารสูงจึงช่วยลดโอกาสการเกิดริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ใหญ่..........[อ่านต่อ]
ขมิ้น    ขมิ้น..... มีสารเคอร์คูมินที่มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง  นอกจากนี้น้ำต้มขมิ้นยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี  รักษาอาการนิ่วในถุงน้ำดี  รวมทั้งโรคกระเพาะอาหาร  สรรพคุณทางยาของขมิ้นคือ  ช่วยรักษาอาการอักเสบของผิวหนัง..........[อ่านต่อ]
ข่า    ข่า.....อุดมด้วยวิตามินบี1  บี2  วิตามินซี  แคลเซียม  ฟอสฟอรัสและเบตาแคโรทีน  สรรพคุณทางยา เช่น  แก้ท้องอึดท้องเฟ้อ  แน่น  จุกเสียด  ขับเสมหะ  หลอดลมอักเสบ  และช่วยต้านวัณโรค..........[อ่านต่อ]
ข้าวโพดอ่อน    ข้าวโพดอ่อน.....มีวิตามินซีสูงมาก  แต่ถ้านำไปปรุงด้วยความร้อนนานๆวิตามินซีก็จะสลายตัวไป  ดังนั้นการกินสดเป็นผักสลัดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี  เพราะจะได้วิตามินซีแบบเต็มๆ  ไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กัยร่างกาย  ส่วนข้าวโพดฝักแก่นั้นมีเบตาแคโรทีนสูง  ซึ่งเป็นต้นแบบของวิตามินเอ  จึงช่วยบำรุงสายตาได้ดี...........[อ่านต่อ]
ถั่วงอก    ถั่วงอก.....มีโปรตีน  โดยเฉพาะถั่วงอกที่เพาะจากถั่วเหลือง  ยังมีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  วิตามินบี  ซี  และธาตุเหล็ก เส้นใยช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้โรคหัวใจและโรคติดเชื้อเหมาะเป็นอาหารลดน้ำหนัก..........[อ่านต่อ]
ถั่วแขก    ถั่วแขก.....มีธาตุเหล็กซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเลือด  มีวิตามินซีและแคลเซียม  ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด  ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง..........[อ่านต่อ]
ขิง   ขิง.....ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ  จุกเสียดขิงจะไปกระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้จึงช่วยขับลม  ทำให้สบายท้องขิงยังใช้ป้องกันอาการเมารถเมาเรือได้อีดด้วย  โดยให้ดื่มน้ำขิงแก่ๆ..........[อ่านต่อ
ขี้เหล็ก    ขี้เหล็ก.....มีเบตาแคโรทีนสูง  ช่วยบำรุงสายตา  ต้านอนุมูลอิสระลดโอกาสการเกิดมะเร็ง  สารแอนทราควิโนนในใบขี้เหล็กและดอกตูมมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ  และยังช่วยป้องกันนิ่วอีกด้วย  ใบขี้เหล็กมีสรรคุณทำให้นอนหลับง่าย  คลายเครียด  โดยใช้ใบแห้ง 30-40 กรัม หรือใบสด 50 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ลิตร นาน 15 นาที ดื่มก่อนนอนจะทำให้หลับสบาย..........[อ่านต่อ]
ขึ้นฉ่าย    ขึ้นฉ่าย.....มีวิตามินซีสูง  ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค  ส่วนเบตาแคโรทีนในขึ้นฉ่ายจะช่วยป้องกันมะเร็ง  โรคหัวใจขาดเลือด  ขึ้นฉ่ายมีโซเดียมต่ำ  จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโรคไต  นอกจากนี้ขึ้นฉ่ายยังมีสารพิเศษที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว  ช่วยลดความดันโลหิต  และมีแคลอรี่ต่ำ..........[อ่านต่อ]
คะน้า    คะน้า.....อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่มากมาย เช่น วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น  ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคสมบูรณ์  และยังมีเบตาแคโรทีน ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร  ลำไส้  ลำคอ  ปอด  และกระเพาะปัสสาวะ  มีแคลเซียมสูง..........[อ่านต่อ]
แครอท    แครอท.....อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน  ช่วยป้องกันมะเร็งปอด  ช่วยรักษาโรคทางเดินหายใจ  โรคผิวหนังและสายตา  กินสุกจะได้เบตาแคโรทีนมากกว่าดิบถึง 5 เท่าส่วนน้ำแคร์รอตสดมีประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นดีซ่าน......[อ่านต่อ]
ชะพลู    ชะพลู.....อุดมไปด้วยแคลเซียม  เบตาแคโรทีน  วิตามินซี  เหล็ก  และฟอสฟอรัส  นอกจากนี้ยังมีสาร ออกซาเลต ซึ่งหากกินมากไปจะเกิดการสะสมเป็นนิ่วในไตได้  ให้แก้ด้วยการกินกับเนื้อสัตว์..........[อ่านต่อ]
ชะอม    ชะอม....เป็นผักที่ให้เส้นใยอาหารสูง  มีเบตาแคโรทีน ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด  ข้อควรระวังคือ  คุณแม่ลูกอ่อนไม่ควรกินชะอม  เพราะเชื่อว่าจะทำให้น้ำนมแห้ง..........[อ่านต่อ]
กะหล่ำดอก    กะหล่ำดอก.....มีวิตามินซีสูงมาก  ดอกกะหล่ำ 1 ขีด ให้วิตามินซีถึง 96 มิลิกรัม  และมีสารซัลโฟราเฟนที่เพิ่มปริมาณเอนไซม์ที่เป็นหลักในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง..........[อ่านต่อ]
ดอกขจร    ดอกขจร.....เป็นผักที่ให้พลังงานสูงมาก  ให้กากใยอาหาร  ทั้งยังอุดมไปด้วยโปรตีน  วิตามินเอ  บี  ซี  และแร่ธาตุต่างๆ  ที่ช่วยบำรุง ตับ  ปอด  เลือด  สายตา  ฮอร์โมน  และเสริมสุขภาพของสตรี..........[อ่านต่อ]
ดอกโสน   ดอกโสน.....มีโปรตีนสูงมาก  และยังเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก  เบตาแคโรทีน  วิตามินซี  แคลเซียม  ฟอสฟอรัส  ซึ่งช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง..........[อ่านต่อ]
  ต้นหอม.....อุดมด้วยแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  เบตาแคโรทีน  ที่สำคัญ ต้นหอมมีสารจำพวกฟลาโวนอยด์ที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้..........[อ่านต่อ]
ตะไคร้    ตะไคร้.....มีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  คาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  และมีสรรพคุณทางยา เช่น ใช้รักษาอาการปวดท้อง  ลดอาการบีบตัวของลำไส้  ลดอาการจุกเสียด  แน่นท้อง  ท้องอืดท้องเฟ้อ.........[อ่านต่อ]
   ตะลิงปลิง.....มีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  วิตามินเอ  บี  ซี  สรรพคุณทางยา  คือ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย แก้ไข้  แก้ไอ  แก้ปวดกระดูก  แก้ริดสีดวงทวารและเลือดออกตามไรฟัน..........[อ่านต่อ]
   ตำลึง.....อุดมด้วยเบตาแคโรทีนที่ป้องกันมะเร็ง  โรคหัวใจขาดเลือด  นอกจากนี้นังมีแคลเซียมและธาตุเหล็ก  ตำลึงมีเส้นใยที่มีความสามารถในการจับกับสารไนไตรต์  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ดีที่สุด  เมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น  ทำให้ลดอัตราเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร..........[อ่านต่อ]
  แตงกวา.....เป็นผักที่มีน้ำมาก  จึงช่วยแก้กระหายน้ำ  ทำให้ชุ่มคอ  สรรพคุณทางยา  เช่น ช่วยขับปัสสาวะ  ลดพิษไข้  แก้ร้อนใน..........[อ่านต่อ]
   แตงโมอ่อน.....ผลอ่อนนิยมนำมาต้มจืด  ต้มจิ้มน้ำพริก  แกงส้ม  แกงเลียง  อุดมไปด้วยวิตามินซีและฟอสฟอรัส  เหมาะเป็นอาหารลดความอ้วน  เพราะให้พลังงานต่ำ..........[อ่านต่อ]
   ถั่วลันเตา.....มีเบตาแคโรทีนสูง เมื่อนำมาผัดกับน้ำมันจะทำให้ร่างกายนำเบตาแคโรทีนไปใช้ได้ดี และยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส  และเส้นใยอาหารมาก  จึงช่วยในเรื่องขับถ่ายสารพิษได้ดี..........[อ่านต่อ]
   น้ำเต้า.....มีแคลเซียม  ฟอสฟอรัส วิตามินบีและซี  สรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ไขกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ ถ้ากินมากเกินไปก็อาจท้องเสียได้.........[อ่านต่อ]
   บรอกโคลี.....มีวิตามินเอสูง และยังอุดมด้วยธาตุเหล็ก จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลีย ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท ผู้ที่เป็นโรคปวดข้อ และช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วย..........[อ่านต่อ]
  บวบ....อุดมไปด้วยแร่ธาตุทั้งเหล็กและฟอสฟอรัสที่ช่วยในการสร้างเสริมกระดูกและฟัน...[อ่านต่อ]
  ใบบัวบก.....อุดมด้วยวิตามินบี1 เบตาแคโรทีน เหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม สรรพคุณทางยา เช่น แก้ช้ำใน แก้อ่อนเพลีย บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ สมานแผลภายนอก ลดความดันเลือด ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดและโรคมะเร็ง  ช่วยบำรุงสมองให้แข็งแรงและมีความจำดี  ใบบัวบกคั้นน้ำผสมน้ำตาลกรวดใช้ดื่มแก้กระหายคลายร้อน.....[อ่านต่อ]
  ใบปอ.....ใบปอสดมีวิตามินซีสูง แต่ยังมีธาตุอาหารอื่นอีกเช่น เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี2 ฟอสฟอรัส ไนอาซิน โปรตีน และเบตาแคโรทีน ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจขาดเลือด..........[อ่านต่อ]
   ใบแมงลัก.....มีเบตาแคโรทีนสูง หากรับประทานสดจะช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน  สรรพคุณทางยาคือ ช่วยขับลม  ขับเหงื่อ เป็นยาระบายอ่อนๆ..........[อ่านต่อ]
   ปวยเล้ง.....อุดมด้วยธาตุเหล็ก แต่มีกรดยูริกมาก คนที่เป็นโรคเกาต์หรือไขข้ออักเสบพึงหลีกเลี่ยง ปวยเล้งมีคลอโรฟีลล์สูงจึงเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโลหิตจาง  ส่วนผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียหรือมีอาการเครียด ควรรับประทานสดๆ จะดีกว่า  ปวยเล้งยังมีเบตาแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และต้านมะเร็ง..........[อ่านต่อ]
  ปูเล่....อุดมด้วยวิตามินซีและเบตาแคโรทีน  ที่ช่วยชะลอความแก่ของเซลล์..........[อ่านต่อ]
   ผักกระเฉด.....อุดมไปด้วยวิตามินบี  ซี  แบตาแคโรทีน  เหล็ก  แคลเซียม  และไนอาซิน ไนอาซินมีส่วนช่วยให้กระบวนการเผาผลาญของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ..........[อ่านต่อ]
   ผักกาดขาว.....อุดมด้วยโฟเลต ซึ่งเป็นสารจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก ถ้าแม่ได้รับโฟเลตน้อยการสร้างระบบประสาทและ DNA ของทารกอาจผิดปกติได้ โฟเลตยังช่วยให้เม็ดเลือดแดงแข็งแรงอีกด้วย สรรพคุณทางยา เช่น ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้พิษสุรา ผักกาดขาวมีเส้นใยมากจึงช่วยในการขับถ่ายได้ดี ลดโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้และการสะสมพิษในร่างกาย..........[อ่านต่อ]
   ผักกาดหอม.....มีเบตาแคโรทีนและวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระต้านมะเร็งหลายชนิด  แพทย์แผนจีนแนะนำให้คุณแม่ลูกอ่อนกินผักกาดหอมมากๆเพื่อเพิ่มน้ำนม..........[อ่านต่อ]
   ผักโขม.....ใบผักโขมเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นเยี่ยม เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีน ผักโขมมีเส้นใยอาหารมาก จึงช่วยจับสารไนไตรต์ที่เป็นสารก่อมะเร็งที่ปนมากับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร..........[อ่านต่อ]
   ผักชี.....มีเบตาแคโรทีนและมีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่น คือ เมล็ดใช้รักษาอาการปวดท้องและช่วยย่อยอาหาร  ใบช่วยย่อยอาหาร ส่วนฤทธิ์เผ็ดร้อนของผักชีจะช่วยขับลม บำรุงธาตุ และแก้คลื่นไส้..........[อ่านต่อ]
   ผักบุ้ง.....อุดมด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง บำรุงสายตา ทไให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงเป็นประกาย ไม่แสบไม่แห้ง ยังมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ธาตุเหล็กในผักบุ้งจะช่วยบำรุงเลือด และยังมีสารบางชนิดที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน  ผักบุ้งเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น จึงช่วยบรรเทาอาการร้อนในด้วย ผักบุ้งจีนมีแคลเซียมและเบตาแคโรทีนมากกว่าผักบุ้งไทย ส่วนผักบุ้งนาแบบที่มียอดสีแดงจะมีสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งชนิดอื่นๆ..........[อ่านต่อ]
   ผักหวานบ้าน.....มีโปรตีนมากกว่าผักชนิดอื่น นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบตาแคโรทีนที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา ลดรอยเหี่ยวย่นของผิวพรรณป้องกันการเกิดมะเร็ง และสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย สรรพคุณทางยาคือ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย..........[อ่านต่อ
   ผักหวานป่า.....อุดมด้วยโปรตีน วิตามินซี เบตาแคโรทีน และวิตามินบี 2 ซึ่งช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก  และเร่งการเผาผลาญกรดอะมิโนให้เป็นพลังงาน..........[อ่านต่อ]
   พริกขี้หนู.....อุดมด้วยเบตาแคโรทีน วิตามินซี และมีสรรพคุณช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เร่งระบบสลายลิ่มเลือด ทำให้ทางเดินหายใจโล่ง ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ และช่วยการเผาผลาญในร่างกาย ใบและยอดอ่อน มีสรรพคุณช่วยขับลม เพิ่มน้ำลาย ช่วยเจริญอาหาร คนที่เป็นโรคกระเพาะไม่ควรกินพริกมาก..........[อ่านต่อ]
   พริกชี้ฟ้า.....อุดมด้วยธาตุอาหารหลายชนิด ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส เบตาแคโรทีนและวิตามินซี ที่จะช่วยยับยั้งการเกิดปฎิกิริยาลูกโซ่และฤทธิ์การทำลายของอนุมูลอิสระ.........[อ่านต่อ]
   พริกไทยอ่อน.....อุดมไปด้วยแคลเซียม เบตาแคโรทีน ฟอสฟอรัส และให้พลังงาน ทั้งยังมีสรรพคุณในการย่อยพิษที่ตกค้าง ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยได้ สารไปเปอรีนและสารคาวิซีนซึ่งมีรสเผ็ดในพริกไทยจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท น้ำมันหอมระเหยในพริกไทยยังมีสรรพคุณช่วยย่อย ทำให้รู้สึกสบายท้อง บรรเทาอาการปวดหัว ปวดข้อ และแก้ท้องเสีย..........[อ่านต่อ]
   พริกหวาน.....อุดมด้วยวิตามินซี พริกหวานสีเหลืองมีวิตามินมากกว่าสีส้มถึง 4 เท่า พริกหวานยังมีเบตาแคโรทีน เหล็ก และโพแทสเซียมอีกด้วย คนที่เป็นโรคไขข้อไม่ควรกิน..........[อ่านต่อ]
   พาร์สเลย์.....มีแคลเซียม โพแทสเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี ไอโอดีน สารคลอโรฟีลล์  และน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ดับกลิ่นคาวและระงับกลิ่นปาก ใบพาร์สเลย์มีสารต้านมะเร็ง ที่ทำให้สารก่อมะเร็งในใบยาสูบไม่ออกฤทธิ์..........[อ่านต่อ]
   ฟักเขียว.....มีคุณสมบัติให้ความชุ่มเย็น ช่วยขับปัสสาวะ และมีฤทธิ์ดับร้อน ถอนพิษ และช่วยระบายน้ำออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถนำเนื้อฟักแห้งมาบดเป็นผง เพื่อกินเป็นยาแก้ไขตัวร้อนได้..........[อ่านต่อ]
   ฟักทอง..... มีเบตาแคโรทีนมาก มีวิตามินเอช่วยต้านมะเร็ง รักษาความผิดปกติขิงหัวใจและโรคทางเดินหายใจ ฟักทองสามารถกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงตับ ไต และสายตา จากการวิจัยพบว่า ผู้ที่กินฟักทองเป็นประจำจะมีอัตราการเป็นมะเร็งในปอดต่ำ ส่วนเมล็ดฟักทองมีฟอสฟอรัสสูง และมีสารที่ออกฤทธิ์ขับพยาธิตัวตืด..........[อ่านต่อ]
  มะกรูด.....ใบมะกรูดมีแคลเซียมสูง และมีเบตาแคโรทีนค่อข้างสูง ส่วนผลและน้ำคั้นมีสรรพคุณป้องกันรังแคและทำให้ผมเงางาม..........[อ่านต่อ]
   ฟักแม้ว.....หรือ มะระหวาน เป็นผักที่กินได้ทั้งใบ ก้าน และผล มะเขือเครืออุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ที่จะช่วยลดโอกาสกาเกิดกระดูกพรุนในวัยสูงอายุ..........[อ่านต่อ]
   มะเขือเทศ.....มีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิกสูง มะเขือเทศยังมีสารไลโคพีน ที่เป็นสานต้านการเกิดมะเร็งในลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ชายที่กินมะเขือเทศ 10 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากกว่าร้อยละ 45 นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีเบตาแคโรทีน ฟอสฟอรัส และวิตามินซี..........[อ่านต่อ]
   มะเขือเปราะ.....มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่เป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะและแก้ไอ..........[อ่านต่อ]
  มะเขือพวง.....ประกอบด้วยธาตุเหล็กและแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูก และยังช่วยลดความดันโลหิต มะเขือพวงมีเส้นใยอาหารสูงมาก ในแกงกะทิจึงมักใส่มะเขือพวงลงไปด้วย..........[อ่านต่อ]
   มะเขือยาว.....มีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น รากและลำต้นใช้แก้บิดเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นเลือด เท้าเปื่อยบวมอักเสบ ปวดฟันแปหและใช้รักษาแผลที่เกิดจากการถูกความเย็นจัด ใบใช้แก้ปัสสาวะขัด หนองใน ถ่ายเป็นเลือด ตกเลือดในลำไส้ แผลบวมอักเสบ มีหนอง ดอกใช้แก้แผลมีหนองและปวดฟัน..........[อ่านต่อ]
   มะระ.....ทั้งมะระจีนและมะระขี้นก มีความขมเหมือนกัน เพราะมีสารอัลคาลอยด์ที่ชื่อ โมโมดิชิน ซึ่งช่วยให้เจริญอาหารและเป็นยาระบายอ่อนๆ มะระมีวิตามินซีและเบตาแคโรทีน น้ำคั้นจากผลมะระใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้สตรีมีครรภ์ไม่ควรกิน เพราะจะทำให้เกิดการแท้งได้ และไม่ควรกินผลสุก เพราะมีสารชาโปนินที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน..........[อ่านต่อ]
   มะรุม.....มะรุมเป็นผักที่กินได้ทั้งยอดอ่อนและฝัก มะรุมอุดมไปด้วยพลังงาน คาร์โบไฮเครต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เบตาแคโรทีน วิตามินซี ยอดและดอกมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงช่วยขับน้ำนม ขับปัสสาวะ ส่วนเม็ดใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้บวดตามข้อ..........[อ่านต่อ]
   กระถิน.....ใบหมักเป็นปุ๋ย ใบ ยอด ฝัก และเมล็ดอ่อนใช้เป็นอาหารของวัว ควาย แพะ แกะ ไก่ ฯลฯ ยอดอ่อนและฝักอ่อนใช้กินเป็นผักได้ เมล็ดนำมาทำเป็นเครื่องประดับหลายชนิด เช่น สายสร้อย เข็มกลัด เข็มขัด ฯลฯ เปลือกให้เส้นใยสั้นใช้ทำกระดาษได้ แต่คุณภาพไม่ดี พันธุ์ที่ปรับปรุงใหม่เรียกว่ากระถินยักษ์ มีลำต้นสูงกว่าพันธุ์เดิม ปลูกเพื่อกันลมและบังแดดให้แก่พืชที่ปลูก เช่น ชา กาแฟ และใช้ทำฟืน..........[อ่านต่อ]
  ผักกาดหัว.....เป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดี เหมาะกับผู้ป่วยโรคตับและถุงน้ำดี หัวผักกาดอุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม กำมะถัน วิตามินเอและบี หัวผักกาดมีวิตามินซีสูงกว่าผักชนิดอื่นๆหลายชนิด.........[อ่านต่อ]
  หน่อไม่ฝรั่ง.....มีสารกลูตาไทโอนที่เป็นสารต้านมะเร็งทั้งในหญิงและชาย ส่วนวิตามินซีในหน่อไม้ฝรั่งจะช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง.........[อ่านต่อ]
   ยี่หร่า.....ใบยี่หร่าอุดมไปด้วยวิตามินซีและแคลเซียม มีสรรพคุณช่วยในการขับเหงื่อ ซึ่งเป็นของเสียออกจากร่างกาย ช่วยในการบำรุงธาตุ ขับลม แก้โรคเบื่ออาหาร แก้ปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย แก้ท้องอืด คลื่นไส้ โดยนำมาชงดื่มจนกว่าจะหาย นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ระงับอาการเกร็งของลำไส้ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์..........[อ่านต่อ]
   วอเตอร์เครส.....จากการวิเคราะห์พบว่าวอเตอร์เครสประมาณ 10 ยอด จะให้วิตามินซีถึงร้อยละ 15 ของที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน และให้วิตามินเอถึง 1 ใน 4 ของร่างกายที่ต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้วอเตอร์เครสยังอุดมด้วยแคงเซียม ซึ่งดีต่อกระดูกและฟัน..........[อ่านต่อ]
   สะเดา.....ใบอ่อนมีเบตาแคโรทีนมากกว่าใบตำลึง สารสกัดจากใบสะเดาช่วยลดอาการเครียดได้ นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในใบและยอด..........[อ่านต่อ]
   สะระแหน่.....มีเบตาแคโรทีนและวิตามินซีที่ช่วยในเหงือกและฟันแข็งแรง ไม่เป็นหวัด สรรพคุณทางยา คือ ช่วยขับลม ทำให้สบายท้อง แก้ท้องอืด กลิ่นหอมเย็นของเมนทอลจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น.......[อ่านต่อ]
   สายบัว.....มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี สรรพคุณทางยาคือ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย สายบัวให้พลังงานต่ำจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะลดน้ำหนัก.......[อ่านต่อ]
   สาหร่ายทะเล.....มีความสามารถในการจับตัวกับโมเลกุลที่เป็นพิษและมีน้ำหนักมาก ซึ่งเมื่อตกอยู่ในลำไส้แล้วจะเปลี่ยนให้เป็นเกลือที่ไม่ละลาย จนในที่สุดก็จะถูกขับออกจากร่างกาย สาหร่ายทะเลอุดมไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และกรดโฟลิก สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนควรกินเป็นประจำ เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมและโรคกระดูกผุ.......[อ่านต่อ]
  หน่อไม้.....มีโปรตีน  วิตามินบี 1 บี 2  วิตามินซี และกรดอะมิโนหลายชนิดที่ร่างกายสร้างเองได้และสร้างไม่ได้ หน่อไม่มีกากใยอาหารสูง จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดี น้ำตาลในหน่อไม้ยังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย.......[อ่านต่อ]
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ