THE-THAN.COM  
 
Web Counter
พริกไทยอ่อน

ชื่อวิทยาศาสตร์        Piper nigrum Linn.

ชื่อสามัญ                Pepper

วงศ์                      PIPERACEAE

 

ลักษณะ :

เป็นไม้เถาค้างปี มีกิ่งก้านสาขามาก มีข้อตามลำต้นและรากงอกออกจากข้อ ช่วยจับยึดพยุงลำต้น ลักษณะคล้ายพลู และดีปลีมาก เพราะอยู่ในวงศ์และสกุลเดียวกัน ใบค่อนข้างหนา แข็ง ดอกมีขนาดเล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อ ช่อละประมาณ ๗๐-๘๐ ดอก ผลขนาดเล็กเป็นพวง เมื่ออ่อนเปลือกสีเขียว เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแสดแดงเมื่อสุก เมล็ดตากแห้งแล้วผิวเปลี่ยนเป็นสีดำ เหี่ยวย่น เรียกว่าพริกไทยดำ หากนำเปลือกออกจะมีสีขาวเรียกว่า พริกไทยขาวหรือพริกไทยล่อน

 

คุณค่าและสารอาหาร

ตารางแสดงคุณค่าอาหารส่วนที่กินได้ 100 กรัม
พลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี1 วิตามินบี2 ไนอาซีน วิตามินซี เบต้า-แคโรทีน ใยอาหาร
กิโลแคลอรี่ กรัม มิลลิกรัม RE กรัม
94 4.4 2.6 13.2 152 23 3.1 0.02 0.12 2.6 14 28.82* -
 

ประโยชน์

นอกจากจะปลูกรับประทาน ผลพริกไทยเมื่อสุกจะมีสีแดงส้มเป็นพวงสวย เป็นไม้ประดับก็ดูดี เป็นไม้สวนครัวก็ดูเด่น จากจากพริกไทยแห้งที่เป็นเครื่องเทศที่ขาดไม่ได้สำหรับอาหารไทยหลากหลายชนิดแล้ว (เช่นพวกกระเทียมพริกไทย) ยังมีเมนูที่นิยมมีพริกไทยอ่อนเป็นส่วนผสมก็ได้แก่ อาหารจำพวกผัดเผ็ดทั้งหลาย หรือผัดฉ่า เติมไว้เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เป็นที่รู้ว่า อาหารจำพวกเนื้อสัตว์นั้นบางชนิดก็ย่อยยาก อย่างหอยหลอดผัดฉ่า เป็นต้น และหากเรากินเมล็ดพริกไทยอ่อนในเมนูเหล่านี้ เราก็จะได้รับประทานยาช่วยย่อย และรักษากระเพาะเข้าไปด้วยโดยอัตโนมัติ ช่วยให้สบายท้องขึ้นอีกเป็นอันมาก

         เราใช้พริกไทยในฐานะสมุนไพรมาช้านาน พริกไทยมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยย่อยอาหาร และช่วยถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไม่ให้เน่าเสียง่าย น้ำมันหอมระเหยในพริกไทยช่วยแก้หวัดได้และได้ถูกใช้ไปเป็นส่วนผสมของน้ำมันที่เราใข้สูดดมเพื่อให้โล่งจูมกอยู่หลายขนาน แต่การนำมาทำสมุนไพรนั้นนิยมใช้พริกไทยดำมากกว่า เพิ่มให้ว่าพริกไทยดำนั้นคือพริกไทยที่แก่จัด ซึ่งกลิ่นและรสนั้นหอมฉุนกว่า ส่วนพริกไทยขาวนั้นคือผลที่ยังไม่แก่

ผลและเมล็ดเป็นส่วนสำคัญที่เรานำมาใช้มาก โดยเฉพาะเมล็ดนั้นสามารถรักษาอาหารปวดกระเพาะอาหาร อาหารคลื่นไส้ อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องเสีย แก้ปวดฟัน แก้ท้องอืด และช่วยย่อย ในแง่นี้คนไทยก็ใช้พริกไทยแห้งในอาหารเพื่อเพิ่มความหอมอยู่แล้วโดยปกติ

         พริกไทยอ่อนให้แคลเซียมในปริมาณสูงมาก รองลงมาก็มีทั้งฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบต้า-แคโรทีน ที่ช่วยป้องมะเร็ง

         ใครคนไหนที่ยังไม่คุ้นกับพริกไทยอ่อน ลองรับประทานดู แรก ๆ อาจเผ็ดร้อนกับรสชาติ แต่หากอดทนลองดูจนคุ้น พริกไทยอ่อนอาจทำให้คุณติดใจในความหอมของกลิ่นเครื่องเทศ และรู้สึกสบายตัวสบายท้อง โล่งจมูก จนพริกไทยกลายเป็นเครื่องเทศที่ต้องมีมาในอาหารประจำของคุณทุกมื้อ

 

สรรพคุณทางยา

เนื่องจากพริกไทยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอินเดีย-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นประชาชนในถิ่นนี้จึงมีความรู้มากมายเกี่ยวกับการนำพริกไทยมาใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค เป็นต้น ในตำราสมุนไพรไทย มีคำบรรยายสรรพคุณของพริกไทย ดังนี้
รากพริกไทย : รสร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร
เถาพริกไทย : รสร้อน ขับลมในท้อง ช่วยย่อยอาหาร แก้ลมพรรดึก (ก้อนอุจจาระที่แข็งกลม) แก้อติสาร (โรคลงแดง)
ใบพริกไทย : รสร้อน แก้ลมจุกเสียด แก้แน่น ปวดมวนในท้อง
เมล็ดพริกไทย : รสร้อน แก้ลม แก้เสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ขับผายลม

นอกจากนี้บางตำรายังระบุสรรพคุณว่า แก้ลมทั้งปวง แก้เสลด เสมหะ หอบ ไอ สะอึก บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ช่วยย่อย ขับเหงื่อ ลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ ฯลฯ

พริกไทยนับเป็นสมุนไพรประเภทรสเผ็ดร้อนที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของสมุนไพรไทย จึงถูกจัดไว้ในพิกัดที่เรียกว่า ตรีกฏุก อันประกอบด้วย เหง้าขิงแห้ง เมล็ดพริกไทย และผลดีปลี เป็นพิกัดยารสเผ็ดร้อน ช่วยขับตรีสมุฏฐาน อันได้แก่ น้ำดี เสมหะ ลม

นอกจากนี้ยังมีอีกพิกัดหนึ่งคือ ตรีวาตผล เป็นพิกัดของยาที่มีสรรพคุณแก้ลม ประกอบด้วย ลูกสะค้าน เหง้าข่า และรากพริกไทย ใช้แก้ในกองลม แก้แน่นในทรวงอก แก้เสมหะ แก้เลือด บำรุงไฟธาตุ

   สรรพคุณที่เด่นที่สุดของพริกไทยก็คือ เป็นยาอายุวัฒนะ ดังปรากฏอยู่ในตำรับยาอายุวัฒนะโบราณของไทยที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น ตำรับยาวิเศษ ที่มาแต่เมืองพิษณุโลกตอนหนึ่งว่า “ถ้าจะให้เจริญอายุ ให้เอาเหงือกปลาหมอ ๒ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ตำเป็นผงละลายน้ำกินทุกวัน ถ้ากินได้ ๑ เดือนจะหมดโรค และมีสติปัญญานักแล...” อีกตำรับหนึ่งเป็นตำรายาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระมหาสมณเจ้า ชื่อยา “ไม่แก่เดินคล่อง” บอกสรรพคุณว่ากินแล้วไม่แก่เฒ่า อายุ ๗๕ ปี ยังเดินขึ้นเขาได้สบาย และยังมีบุตรได้ เป็นต้น ยาขนานนี้ประกอบด้วย ทิ้งถ่อน ตะโกนา บอระเพ็ด แห้วหมู เมล็ดข่อย พริกไทย และน้ำผึ้ง นับเป็นตำรับยาอายุวัฒนะที่รู้จักแพร่หลายที่สุดในประเทศไทยปัจจุบัน

 
กลับหน้าแรก--ผักเพื่อสุขภาพ
       
           
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ