เอดะแดน.คอม
 
 
 
 

 

 
 
 
sRGB vs Adobe RGB
 

เคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่า ในการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลที่เป็นกล้อง DSLR นั้นมีเมนูอันนึงให้ท่านเลือกระหว่าง ปริภูมิสี (Color Space) ที่เป็น sRGB หรือ Adobe RGB ซึ่งเป็นที่สงสัยของช่างภาพหลายๆคนว่า ปริภูมิสีทั้งสองนั้นต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อันไหน

 
อะไรคือ ปริภูมิสี
 
ก่อนที่จะไปถึงปริภูมิสี เราควรทำความเข้าใจกับคำว่าสีกันก่อน ตามคำนิยามแล้ว สีเป็นปรากฏการณ์ของการรับรู้ของมนุษย์ เกิดจากมีแสงไปตกกระทบบนเรตินาภายในตาของเรา แล้วเรดินาจะมีเซลล์รับแสง ซึ่งส่งสัญญาณสีไปยังสมอง และสมองก็แปลออกมาเป็นสี ดังนั้นสีจึงเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่รับรู้ผ่านการมองเห็น ความสามารถของการมองเห็นของคนเรานั้นแตกต่างกัน อย่างไรก็ดี ความแตกต่างนั้นมีไม่มากนัก และความสามารถในการมองเห็นสีของเราก็ดีเยี่ยมซะด้วย มีนับเป็นล้านสี แต่คำที่จะอิบายสีที่เราเห็นนั้นมีน้อยมาก แค่หลักพันเท่านั้น คังนั้นในการสื่อสารด้านสีจึงกำหนดให้มีเครื่องมือสำหรับวัดสีขึ้นมา แล้วให้ค่าตัวเลขจากการวัด ภาพด้านล่างเป็นค่าสีของแสง ซึ่งเป็นสีที่มนุษย์มองเห็นได้
 
ภาพที่ 1 CIE 1931 Chromaticity Diagram และ CIELAB
 
เมื่อเกิดตัวเลขซึ่งสามารถแทนค่าสีได้จึงเกิดปริภูมิสีขึ้นมา ภาพที่ 1 แสดงปริภูมิสี CIEYxy และ CIELAB จะเห็นได้ว่าสีทั้งหมดที่แสดงนั้นเป็นค่าสีที่มนุษย์สามารถมองเห็น (แต่เนื่องจากข้อจำกัดของสีหมึกพิมพ์สีที่ท่านเห็นนั้นจะไม่สดใสเท่ากับสี ของแสงจริงๆ) โดยสีที่มีความสดมากๆ จะอยู่บริเวณขอบสีที่มีความสดน้อยจนกลายเป็นสีขาว เทา หรือ ดำจะอยู่ตรงกลาง และในการวัดสีนั้นมีกลักการไม่แตกต่างการวัดแบบอื่นๆ เช่นการวัดความสูง ซึ่งจะวัดออกมาเป็นค่าที่มีหน่ายเป็นเซนติเมตรหรือเป็นฟุตก็ได้ และต่างก็หมายถึงความสูงเดียวกัน สำหรับสีก็เช่นเดียวกันกับความสูงค่าตัวเลขในแต่ละปริภูมิสีจะเป็นตัวเลข ต่างกัน แต่ก็จะหมายถึงสีเดียวกัน และตัวเลขในปริภูมิสีเดียวกันไม่ว่าจะเป็น CIEYxy หรือ CIELAB เมื่อมีค่าเท่ากันแล้ว เราจะเห็นเป็นสีเหมือนกันภายใต้สภาวะแสงที่กำหนดแต่สำหรับการถ่ายภาพซึ่งมี ปริภูมิสีเป็น RGB นั้น แม้ว่าค่า RGB ที่ได้จะเป็นค่าตัวเลขเดียวกัน แต่สีอาจจะแตกต่างกันได้ เพราะกล้องที่เราใช้ถ่ายภาพไม่ได้ใช้ตัวรับรู้ หรือ เซนเซอร์ (sensor) ที่มีการตอบสนองต่อแสงเช่นเดียวกับเซลล์รับแสงภายในเรตินา ดังนั้นค่าที่ได้จึงไม่ใช่ค่าสีในปริภูมิสีที่สัมพันธ์กับการมองเห็นของ มนุษย์ แต่เป็นค่าสีที่อุปกรณ์นั้นๆ สามารถให้ได้ยกตัวอย่างเช่น เมื่อนำกล้องสองตัวซึ่งมีค่าการส่องผ่านแสงของฟิลเตอร์ RGB ที่บังอยู่บนหน้าแต่ละพิกเซลในซีซีดีแตกต่างกัน ไปถ่ายภาพสี หนึ่งย่อมจะได้ค่า RGB ที่ต่างกันแล้วเวลาไปแสดงผล เช่นบนจอภาพ คอมพิวเตอร์จะรู้ได้อย่างไรว่าค่า RGB ที่มาจากกล้องต่างกันนั้นเป็นสีเดียวกันเป็นตัวแทนของสีอะไรที่ตาเราเห็น ด้วยค่าสี RGB ที่ไม่เป็นมาตรฐานการนำภาพไปผลิตไม่ว่าจะเป็นบนจอภาพบนกระดาษอัดขยายภาพ หรือพิมพ์เป็นสิ่งพิมพ์ จึงไม่สามารถวางระบบให้ผลิตสีได้ถูกต้องได้เลย ต้องอาศัยการทำงานแบบลองผิดลองถูก แก้สีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้สีบน output ที่เป็นที่พอใจ
 
sRGB
 
ปริภูมิสีมาตรฐาน (Standard color space) นี้ถูกสร้างขึ้นมา โดยทางนักวิจัยของ Hewlett-Packard ร่วมกัน Microsoft เพื่อกำหนดให้ค่าสีของภาพที่เราได้จากกล้องถ่ายภาพ มีสีอ้างอิงว่าค่า RGB นั้นๆ ตรงค่าสีอะไรที่เราเห็นซึ่งเป็นข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับจอภาพทั่วๆไป โดยเน้นไปที่จอ CRT แล้วเรียกกว่า Standard RGB หรือเขียนกันสั้นๆ ว่า sRGB (อ่านออกเสียงว่า เอสอาร์จีบี) ซึ่งรายละเอียดสามารถอ่านได้ที่ http://www.w3.org/Graphics/Color/sRGB
 
Adobe RGB
 
ด้วยข้อจำกัดของ sRGB ที่ทำให้ค่าสีไม่สามารถแทนค่าสีสดๆได้ หรือทางเทคนิคจะเรียกว่ามีขอบเขตสี (color gamut) จำกัด ดังนั้นทาง Adobe System ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอฟแวร์สำหรับการพิมพ์มาอย่างต่อเนื่องเห็นว่าควรจะกำหนดให้ มีปริภูมิสีใหม่ ซึ่งมีขอบเขตสีกว้างกว่า sRGB จึงสร้าง Adobe RGB ขึ้นและเริ่มใช้กับ Photoshop 5.0.2 ในเดือนพฤศจิกายน 1998 (และเป็นที่มาว่าทำไมบางครั้งจะเห็นวงเล็บ 1998 ต่อท้าย) ท่านสามารถอ่านข้อกำหนดต่างๆ ของปริภูมิสีนี้โดยดาวโหลดได้ที่ http://www.color.org/adobergb.pdf
 
ภาพที่ 2 แสดงขอบเขตสีของ sRGB และ Adobe RGB (1998)
 
จากภาพที่ 2 ขอบนอกสุดเป็นรูปเกือกม้าเป็นขอบเขตสีที่มนุษย์มองเห็น เส้นสีแดงแสดงถึงขอบเขตสีของปริภูมิสี Adobe RGB และเส้นสีขาวแสดงถึงขอบเขต sRGB จะสังเกตเห็นได้ว่า Adobe RGB จะให้ขอบเขตสีกว้างกว่า sRGB ในส่วนที่เป็นสีเขียว และสีที่เป็นสีส่วนผสมของสีเขียวทั้งนี้เนื่องจากความแตกต่างระหว่างปริภูมิ สีทั้งสองอยู่ที่แม่สีสีเขียวเท่านั้น กล่าวคือค่าตัวเลขของสีเขียว เช่น G255 เมื่อไปแสดงบนจอภาพ สีที่ปรากฏจะขึ้นกับที่มีปริภูมิสีของจอนั้น ถ้าจอนั้นตั้งค่าสีเป็น sRGB จะมีความสดน้อยกว่าจอที่ตั้งปริภูมิสีเป็น Adobe RGB
 
การเลือกใช้ sRGB และ Adobe RGB
 
การที่ผู้ถ่ายภาพ ตั้งค่า Color space ขณะถ่ายเป็น Adobe RGB หรือ sRGB นั้น เมื่อนำกล้องไปถ่ายภาพๆ เดียวกันจะได้ตัวเลข RGB ที่แตกต่างกัน เพราะกระบวนการแปลงค่าต่างๆ ในกล้องนั้น อาศัยการคำนวณอยู่บนมาตรฐานที่ Adobe RGB หรือ sRGB กำหนดไว้ เมื่อกล้องถ่ายภาพมีปริภูมิสีให้ใช้ในขณะถ่ายภาพสองระบบคือ sRGB และ Adobe RGB (1998) คำถามจะเกิดขึ้นว่าปริภูมิสีไหนที่เราควรเลือกใช้ คำตอบก็คือ ใช้ทั้งคู่ ซึ่งจะเลือกใช้แบบใดนั้น ขึ้นกับการนำไปใช้งาน กล่าวคือ หากท่านถ่ายภาพเพื่อนำไปทำเป็นสิ่งพิมพ์ ก็ควรใช้ Adobe RGB เพราะเป็นปริภูมิสีที่ทางการพิมพ์ใช้กันอย่างแพร่หลาย ให้ขอบเขตสีที่กว้าง แต่หากท่านต้องการส่งออกภาพไปยังจอภาพ หรือเครื่องปริ๊นรูปตามร้านอัดขยายรูปสีทั่วไป ก็ควรใช้ปริภูมิสี sRGB เพราะเป็นสิ่งที่เกือบจะเป็นมาตรฐานของการผลิตสีไปแล้ว
 
อย่างไรก็ดี หากไม่มั่นใจว่าจะใช้ภาพเพื่อผลิตเป็นสิ่งพิมพ์ หรือแค่ส่งภาพไปทางเน็ต ก็ควรถ่ายภาพเป็น Raw ซึ่งจะสามารถกำหนดปริภูมิสีได้ภายหลังว่าต้องการภาพนั้นๆ เป็น sRGB หรือ Adobe RGB สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมคุณภาพสีให้มีความแม่นยำสูงขึ้น มีความจำเป็นต้องวางระบบการจัดการสีสำหรับกระบวนงาน (Work Flow) ของท่าน ซึ่งจะต้องมีการสร้าง icc profile ของอุปกรณ์ทุกชิ้นในการทำงาน เพื่อให้การแปลงค่าสี และการแสดงสีของอุปกรณ์ต่างๆนั้น เป็นไปตามที่ต้องการ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.fotofile.net
 
 
 
กลับหน้าหลัก Gallery
 
 
easy tracking
       
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ สินค้า