Gallery ดอกเยอบีร่า

 
 

ชื่อสามัญ                   Gerbera Daisy

ชื่อวิทยาศาสตร์            
Gerbera Jamesonii

ตระกูล                     
Compositae

ถิ่นกำเนิด                    อัฟริกาใต้

ลักษณะทั่วไป

เยอบีร่าเป็นไม้ดอกที่มีลักษณะ ต้นเป็นกอเตี้ย ๆ มีลำต้นอยู่ใต้ดิน เป็นไม้พรรณพุ่ม ใบและก้านจะงอกจากตาที่ติดอยู่กับลำต้นใต้ดิน ขอบใบหยักเป็นแฉกแต่จะหยักลึกไม่เท่ากัน แผ่นใบนั้นไม่คลี่กางเต็มที่ ขอบใบทั้งสองข้างจะหุบเข้าหาเส้นกลางใบเล็กน้อย ก้านใบและใบมีขนละเอียด ขึ้นอยู่ทั่วไป  ดอกเยอบีร่ามีลักษณะเป็นดอกรวมประกอบด้วยดอกย่อยเล็ก ๆ เป็นจำนวนมากอัดกันแน่นอยู่บนฐานรองดอก ดอกย่อยนี้แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 

- ดอก ชั้นใน เรียกว่า ดิส ฟลอเร็ต (Disc florets) เรียงอยู่ชั้นในรอบใจกลางดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเกสรตัวเมียของดอกชั้นใน ส่วนใหญ่จะเป็นหมัน

- ดอกชั้นนอก เรียกว่า เร ฟลอเร็ต (Ray florets) เป็นดอกตัวเมีย ไม่มีเกสรตัวผู้

การขยายพันธุ์:  เพาะเมล็ด แยกหน่อ ชำยอด เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

โรคและแมลง

1) โรคใบจุด เกิดจากเชื้อรา มีอาการเป็นวงสีม่วง ปนนํ้าตาลตามแผ่นใบ โรคจะระบาดมากในช่วงฤดูฝน ควรฉีดพ่นด้วย แคปแทน ซีแนป ไดโฟลาแทน หรือเบนเลททุกสัปดาห์ และลิดใบที่เป็นโรคออก

2) โรคโคนเน่า เกิดจากเชื้อรา มีอาการเหี่ยว เฉา และตายในที่สุด บริเวณโคนต้นและรากจะเน่า มักพบมีเส้นใยและเมล็ดกลมสีนํ้าตาลของเชื้อรา ซึ่ง คล้ายเมล็ดผักกาด ควรถอนต้นหรือเผาทำลายเสีย แล้วราดหลุมด้วยยาเทอราคลอร์

3) โรครากปม เกิดจากไส้เดือนฝอย ต้นที่เป็นโรคจะแสดงอาการแคระแกร็น มีสีเหลีอง เหมือนขาดธาตุอาหาร ควรฝังด้วยเทมมิค 10 จี ก่อนปลูกและ ผังทุก ๆ เดือน ต้นละ ? ช้อนชา นอกจากนี้การแก้ไข โดยไม่ปลูกซ้ำที่ ควรมีการปลูกพืชอื่นหมุนเวียนไป

4) โรคดอกเขียว เกิดจากเชื้อไวรัส ต้นที่เป็นโรคจะแสดงอาการออกมาให้เห็น ทราบได้ต่อเมื่อออกดอกแล้ว โดยจะเห็นกลีบดอกเปลี่ยนเป็นสีเขียว ลักษณะคล้ายใบและเจริญเป็นยอดหรือต้นเล็ก ๆ อยู่บนช่อดอก เมื่อพบควรขุดนำไปผังหรือเผาทำลายเสีย

5) เพลี้ยไฟ จะดูดนํ้าเลี้ยงจากดอกและใบ ทำให์ได้รับความเสียหายมาก ดอกที่ถูกทำลายมีรอยด่างขาว ทำให้หมดคุณค่าไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ ถ้าหากเพลี้ยไฟทำลายมากจะทำให้ใบหงิกงอ หยาบกร้าน ต้นมีขนาดเล็กกว่าปกติ กลีบดอกจะหงิกงอและไม่แผ่ออก เพลี้ยไฟระบาดมากในช่วงที่อากาศร้อนและแห้งแล้ง ควรฉีดพ่นด้วยโตกุไธออน และบาซูดิน

6) หนอนผีเสื้อกลางคืน วางไข่ขณะดอกตูม ในตอนกลางคืน และไข่ฟักออกเป็นตัวหนอนกัดกินดอกตอนเริ่มบาน ควรฉีดพ่นด้วย อซดริน พอสช์ แลนเนท

 
Web Page Counter
 
กลับหน้าหลักดอกไม้
 
 
 
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ สินค้า