Gallery ดอกเล็บมือนางเลื้อย

 
 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :    Quisqualis indica  L.

ชื่อสามัญ  Drunen sailor, Rangoon ceeper

วงศ์  COMBRETACEAE

ชื่ออื่น :  จะมั่ง จ๊ามั่ง (ภาคเหนือ) ไท้หม่อง (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) อะดอนิ่ง (มลายู-ยะลา)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้พุ่มเลื้อยที่เติบโตเร็ว ส่วนที่อ่อนมีขนสั้นหนานุ่ม สีสนิม ใบเดี่ยวติดตรงข้าม หรือบางส่วนสลับ หรือเวียนสลับเป็นวงรอบ ใบรูปหอกขอบขนานหรือรูปรี ขนาดกว้าง 5-18.5 ซม. ยาว 2.5-9 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือค่อนข้างรูปหัว ดอกมีกลิ่นหอมออกเป็นช่อที่ยอดและตามซอกใบห้อยย้อยลงมา กลีบเลี้ยงเป็นหลอดมีสีเขียวปลายแฉกสามเหลี่ยมสั้นๆ กลีบดอกรูปขอบขนาน ขนาด 10-20 x 3-6 มม. ดอกเริ่มบาน สีขาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงแดงเข้ม ผลทรงรีแคบๆ 5 พู ยาวประมาณ 2.5 ซม. สีน้ำตาลแดงเป็นมัน
ส่วนที่ใช้ : ใบ  ต้น  ราก เมล็ดในของผลเล็บมือนางที่แก่แห้ง

 

สรรพคุณ :

  • บ 
    -   ตำชโลม หรือทาแผล ทาฝี
    -   แก้ปวดศีรษะ แก้ไข้

  • ต้น - ใช้เป็นยาแก้ไอ

  • ราก - ใช้ถ่ายพยาธิ รักษาตานซาง

  • เมล็ด - ใช้เป็นยาขับพยาธิตัวกลม, พยาธิเส้นด้ายในเด็ก

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
          ใช้เมล็ดในของผลเล็บมือนางที่แก่และแห้ง 4-5 เมล็ด (4-6 กรัม) หั่นทอดกับไข่ให้เด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบรับประทานขับถ่ายพยาธิไส้เดือนตัวกลม
          ผู้ใหญ่
: ใช้ 5-7 เมล็ด (หนัก 10-15 กรัม) ทุบพอแตก ต้มเอาน้ำดื่ม หรือหั่นทอดกับไข่รับประทาน
ข้อควรระวัง
:  ถ้าใช้มากเกินขนาด จะทำให้อาเจียน มึนงง อ่อนเพลีย
สารเคมี
มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์คือ  Quisquallic acid

1 2
 
Web Page Counter
 
กลับหน้าหลักดอกไม้
 
 
   
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ สินค้า