Gallery ดอกชุมเห็ดเทศ

 
 

ชื่อวิทยาศาสตร์    Senna alata (L.) Roxb.

วงศ์  Leguminosae

ชื่ออื่นๆ ชุมเห็ดเทศ (กลาง) ขี้คากลับมืนหลวง  หมากกะลิงเทศ (เหนือ) ส้มเห็ด ชุมเห็ดใหญ่ (กลาง) จุมเห็ด ตะสีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ชุมเห็ด, ล้างหมื่นหลวง, หญ้าเล็บหมื่นหลวง

ลักษณะทั่วไป

ไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร แตกกิ่งออกด้านข้างในแนวขนานกับพื้น ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนานรูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ กว้าง 3-7 ซ.ม. ยาว 6-15 ซ.ม. หนูใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ดอกช่อ ออกที่ซอกใบตอนปลายกิ่งกลีบดอกสีเหลืองทองใบประดับสีน้ำตาลแกมเหลือง หุ้มดอกย่อยเห็นชัดเจน ผลเป็นฝัก มี 4 ครีบ เมล็ดแบน รูปสามเหลี่ยม

สารสำคัญ
       องค์ประกอบสำคัญทางเคมีของใบชุมเห็ดเทศ ประกอบด้วยสาร anthraquinone glycosides ของ rhein, aloe emodin และ physcione และมี free aglycone ได้แก่ rhein, emodin, aloneemodin, chrysophanol และ isochrysophanol นอกจากนี้มีสาร kaempferol, sitosterol และ sennosides A, B, C และ D
ผงใบชุมเห็ดเทศที่มีคุณภาพต้องมีปริมาณอนุพันธ์ไฮดรอก ซีแอนทราซีน โดยคำนวณเป็น rhein-8-glucoside ไม่น้อยกว่า 1% โดยน้ำหนัก

ประสิทธิผลในการรักษาโรคจากรายงาการวิจัยทางคลินิก
      1. การศึกษาฤทธิ์ในการรักษาอาการท้องผูก
ผลการศึกษาพบว่าประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการท้องผูกของชุมเห็ดเทศ ดีเท่ากับมิสท์ แอลบา (Mist Alba) และทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือท้องเสียน้อยกว่า
      2. การศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศในการรักษาโรคกลาเกลื้อน
ผลการรักษาผู้ป่วยโรคเกลื้อน 10 ราย และโรคกลาก 30 ราย พบว่า ครีมสารสกัดชุมเห็ดเทศ 20 % สามารถรักษาได้ทั้งโรคกลากและโรคเกลื้อน
      3. การศึกษาประสิทธิผลของสารสกัดจากใบชุมเห็ดเทศในการรักษาโรคเกลื้อน (Pituriasis versicolor)
สารสกัดจากใบแก่สดที่ความเข้มข้นมากกว่า 70 % ให้ผลดีในการรักษาโรคเกลื้อน (Pityriasis versicolor) และสามารถป้องกันการกลับมาใหม่ได้นานถึง 1 ปี ถ้าต้องการให้หายขาดจะต้องให้สารสกัดทุก ๆ 4 เดือน ติดต่อกัน 3 ปี หลังจากการรักษาครั้งแรกได้ผลดี และไม่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง
ข้อห้ามใช้
      - ชุมเห็ดเทศออกฤทธิ์โดยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว จึงห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ลำไส้อุดตัน หรือมีอาการอักเสบของลำไส้ อย่างเฉียบพลัน
      - ห้ามใช้ยาชงชุมเห็ดเทศในเด็กต่ำกว่า 12 ปี
      - ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายหากมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
ข้อควรระวัง
      - ชุมเห็ดเทศอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ ปวดมวนท้อง มดลูกบีบตัว หรือท้องเสีย หากมีอาการดังกล่าวควรลดขนาดใช้ลง
      - ไม่ควรใช้เป็นยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะทำให้ลำไส้เคยชินต่อยาระบาย และไม่สามารถบีบตัวได้เองหากไม่ใช้ยา ดังนั้นควรใช้เมื่อท้องผูกจริง ๆ
      - ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานในขนาดสูง เพราะอาจทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปแตสเซียม ซึ่งจะทำให้เกิดความผิดปกติของลำไส้ ไตอักเสบหรือใจสั่นได้
      - ไม่ควรใช้ชุมเห็ดเทศเป็นยาระบายในสตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร
ขนาดที่ใช้และวิธีใช้
      1. ใช้เป็นยาระบาย
           - ชาชงชุมเห็ดเทศที่บรรจุ 3 กรัม/ซอง ครั้งละ 1-2 ซอง ชงในน้ำเดือด 120 มิลลิลิตร/ซอง นาน 10 นาที รับประทานวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
           - นำใบสด 12 ใบ มาหั่นตากแห้ง ต้มเอาน้ำดื่ม
       2. ใช้แก้โรคกลาก
           - ครีมสารสกัดชุมเห็ดเทศด้วย 95 % เอธานอล ความเข้มข้น 20 % ทาครีมสารสกัดใบชุมเห็ดเทศวันละ 2-3 ครั้ง หลังอาบน้ำเช้า-เย็น ติดต่อกันทุกวันนาน 2-4 สัปดาห์
           - ใช้ใบสดตำในครกให้ละเอียด เติมน้ำเล็กน้อย หรือจะตำกับหัวกระเทียมปริมาณเท่ากัน ผสมปูนแดงที่กินกับหมากทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน (ขูดผิวบริเวณที่เป็นด้วยไม้ไผ่ให้แดงก่อนทายา) วันละ 3-4 ครั้ง จนหาย แล้วทาต่ออีก 7 วัน

 
Web Page Counter
 
กลับหน้าหลักดอกไม้
 
 
   
Home ดอกไม้ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการแต่งภาพ สุขภาพ เคล็ดลับน่ารู้ สาระน่ารู้ ดวง สมุนไพร เมนูจานเด็ด ขนมหวาน น้ำพริก ผักเพื่อสุขภาพ สินค้า